บริหารโรงแรมรีสอร์ทขนาดเล็ก ต้องมองให้เป็น & คิดให้แตกต่าง

โครงการโรงแรมขนาดเล็กแนวใหม่ กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ โดยเฉพาะในยุโรปบางแห่งมีพื้นที่ดินจำกัด คับแคบ การตกแต่งภายใน, การปรับปรุงอาคารดัดแปลงเป็นโรงแรมขนาดเล็ก ได้รับความนิยมสูงมาก ทุกซอกทุกมุมในเมืองเหล่านี้จึงปรากฏโรงแรมที่พักมากมาย มีทั้งได้รับการออกแบบที่ดี ไปจนถึงโรงแรมที่ไม่ได้ออกแบบเพียงแค่พอพักค้างแรมได้ก็พอ

แต่เนื่องจากว่าโรงแรมลักษณะนี้เกิดขึ้นมากและมีการแข่งขันกันสูงขึ้น การคิดโปรแกรมทางการตลาดใหม่ๆ ก็เป็นส่วนสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือ การออกแบบและไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ ในการนำเสนอให้เป็นที่พูดถึงกล่าวถึง ปัจจุบันการทำธุรกิจโรงแรมจำเป็นต้องใช้แนวทางการออกแบบอย่างชาญฉลาด กระบวนการออกแบบก็แตกต่างไปจากเดิมมาก มีมิติในการทำงานที่สลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นทั้งสถาปนิก วิศวกร มัณฑนากร ซึ่งต้องอาศัยความรู้ 360 องศา ไม่ใช่เพียงแค่ความรู้ในวิชาชีพเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

ณ วันนี้หากคิดจะทำธุรกิจโรงแรมคงจะต้องเข้าใจกันก่อนว่า ธุรกิจโรงแรมนั้นได้เปลี่ยนไปจากเดิมค่อนข้างมาก เพราะโรงแรมในสมัยก่อนกับสมัยปัจจุบันผู้ที่มาพักนั้นจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การที่เราทำธุรกิจโรงแรม เรามักจะมองว่าโรงแรมเป็นเพียงที่พักอื่นๆ ทำให้มีการให้ความสำคัญเพียงห้องนอน โดยจะเน้นความสะดวกสบายเฉพาะที่พักหรือห้องนอนเท่านั้น

แต่ ณ วันนี้ มิอาจจะเป็นเช่นนั้นเพราะผู้บริโภคในวันนั้นไม่ได้มองเพียงห้องพักหรือที่พักเท่านั้น หากยังยึดติดการทำธุรกิจด้วยแนวคิดเดิมอาจจะไปไม่รอด การสร้างโรงแรมต้องตอบสนองปัจจัย 2 ด้าน คือปัจจัยทางกายภาพ คือ สถานที่พัก และต้องตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ ฉะนั้นปัจจัยหลักมักจะสำคัญกว่า โรงแรมที่ตอบโจทย์เฉพาะปัจจัยทางกายภาพ มักจะได้ค่าเช่าห้องอยู่ที่ราคา 500-600 บาทเท่านั้น การโรงแรมขนาดเล็กจะต้องทำให้มันหรูหรา ดูดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องแพง แต่คือหรูหราแบบได้อารมณ์ ต้องสนองต่อความต้องการทางอารมณ์ของคนรุ่นใหม่ ฉะนั้นรูปแบบของอาคารโรงแรมเป็นเรื่องสำคัญ

แนวคิดในการทำโรงแรมสำหรับผู้สนใจจะเข้ามาใหม่

ปัจจัยที่ 1 การทำโรงแรมจะต้องมีการสร้างความสามารถในการแข่งขัน หมายความว่าพื้นที่ของท่านสู้ผู้แข่งขันในได้หรือไม่ ในวิธีคิดสมัยโบราณเราจะเริ่มคิดสร้างโรงแรมจากแนวคิดเดิมๆ ที่มักจะคิดว่ามีที่ดินตรงนี้ ก็สร้างโรงแรมบริเวณนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วการทำโรงแรมจะต้องมองจากข้างนอกออกไปข้างใน

ปัจจัยที่ 2 คือ ความสามารถหลักของท่าน คนที่จะมาทำโรงแรม ต้องมีความสามารถหลักของผู้ประกอบการ คือ ต้องรักที่จะบริการ ต้องเป็นคนที่จะต้องบริการ ดูแลคน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ฯลฯ

ปัจจัยที่ 3 วิสัยทัศน์ คือ สิ่งที่คุณสามารถมองเห็นได้ในขณะที่คนอื่นมองไม่เห็น เพราะการทำโรงแรมเป็นเรื่องของอนาคต ถ้าคุณไม่เข้าใจและมองธุรกิจไม่ออก โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็น้อย

ปัจจัยที่ 4 การสร้างความแตกต่าง ในวันนี้ถ้าท่านไม่สร้างความแตกต่าง จะไม่สามารถอยู่ได้ แล้วไม่เกิดความแตกต่าง ท่านไปเลียนแบบเขามาเลย ยากที่จะประสบความสำเร็จ

จับตาดูธุรกิจโรงแรมและที่พักในพม่า

IMG_1455
พม่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการลงทุนเพื่อผลิตสินค้ารองรับการบริโภคภายในประเทศและเพื่อการส่งออก แม้ว่าสหภาพพม่าจะเปิดให้นักลงทุนชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนแต่สหภาพพม่ายังคงจำกัดการลงทุนจากต่างชาติให้สามารถลงทุนได้ในบางประเภทอุตสาหกรรมเพื่อปกป้องธุรกิจภายในประเทศ โดยธุรกิจที่สำคัญ เช่น การเพาะปลูกและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ แปรรูปเนื้อสัตว์ ประมง และการแปรรูปอาหารสัตว์ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการรักษาสัตว์ เป็นต้น และเนื่องด้วยสหภาพพม่าเป็นประเทศที่มีตลาดขนาดใหญ่ และสหภาพพม่ามีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเหมาะแก่การเป็นฐานทางด้านวัตถุดิบ รวมทั้งรัฐบาลพม่าได้ให้การส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก จะเห็นได้ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของพม่ามีแนวโน้มที่สดใสและนับว่าเป็นโอกาสที่น่าสนใจของธุรกิจท่องเที่ยวไทยและบริการที่เกี่ยวเนื่องที่จะไปลงทุนในพม่าในช่วงเวลาภายใน 3 ปีนี้แม้โอกาสทางธุรกิจในพม่ายังมีอยู่มาก แต่ปัจจุบันยังมีข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับการตัดสินใจลงทุนน้อย ต้นทุนในการลงทุนที่สูง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจยังไม่มี

เมืองที่น่าลงทุนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เช่น ย่างกุ้ง หงสาวดี พุกาม มัณฑะเลย์ ทะเลสาปอินเล สามเหลี่ยมทองคำ เมาะละแหม่งเมืองตากอากาศชายทะเล เกาะสองแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และส่งเสริมสุขภาพ เมืองตานต่วยที่มีหาดงาปาลีเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ เมืองพีนอูหวิ่นเมืองตากอากาศในอดีตของชาวอังกฤษ มีสภาพอากาศที่ดีคล้ายยุโรป อย่างไรก็ตามปัญหาสำคัญคือจำนวนโรงแรมและที่พัก คาดว่าความต้องการที่พักจะสูงขึ้น จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนโรงแรมที่พักให้เพียงพอต่อความต้องการและรองรับการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐานไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งทางการพม่าวางแผนที่จะเพิ่มจำนวนเขตโรงแรมที่พักและร่วมพัฒนาโครงการโรงแรมให้ได้มาตรฐานสากลกับบริษัทต่างชาติพม่านั้นยังขาดโรงแรมที่มีคุณภาพดีและให้บริการครบวงจร เช่น สปา ฟิตเนส และร้านขายสินค้าที่ระลึก เป็นต้น

กรอบการลงทุนในธุรกิจโรงแรม

–  กลุ่มโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ซึ่งใช้เงินทุนจำนวนมาก เปิดให้ต่างชาติลงทุนได้ 100% เพราะปัจจุบันยังมีไม่กี่แห่ง ไม่เพียงพอรองรับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
–  กลุ่มโรงแรมระดับ 3 ดาว เปิดรับการลงทุนในรูปแบบ joint venture โดยต่างชาติลงทุนได้ 35% – 99%
–  กลุ่มโรงแรมระดับ 1-2 ดาว เปิดให้เฉพาะนักลงทุนพม่าเท่านั้น เพื่อปกป้องธุรกิจท้องถิ่นไม่ให้เสียเปรียบด้านการแข่งขันกับทุนขนาดใหญ่จากต่างประเทศ

สิ่งจูงใจในการหาพนักงานเข้าทำงานในโรงแรม

หลายๆ โรงแรมในปัจจุบันคงจะประสบปัญหาเกี่ยวกับการหาคนมาทำงานในโรงแรมของตนในลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงแรมท้องถิ่นที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปนัก ที่ประสบกับภาวะการขาดแคลนแรงงาน และบุคลากรอยู่อย่างเช่นทุกวันนี้

แม้ว่าในแต่ละปีจะมีผู้สำเร็จการศึกษาทางด้านการโรงแรมจากสถานบันการศึกษาต่างๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ผู้ที่สำเร็จการศึกษาเหล่านี้มุ่งหวังที่จะได้เริ่มต้นการทำงานกับโรงแรมที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติมากกว่า เพราะเข้าใจว่าผลตอบแทนที่ตนเองจะได้รับนั้นมีความคุ้มค่ากับเวลาและค่าใช้จ่ายที่ตนเองลงทุนไปร่ำเรียนมา นอกจากนี้ก็หวังว่าจะได้เข้าเรียนรู้ระบบการทำงานของโรงแรมชั้นนำ เพื่อนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปใช้กับการทำงานของตนเองต่อไปในอนาคต

บางคนที่สำเร็จการศึกษามาแล้ว เมื่อมีประสบการณ์ได้ทำงานโรงแรมเข้าจริงๆ ก็พบว่าไม่มีความเหมาะสมกับความต้องการของตนเองในด้านต่างๆ อาทิ การให้บริการลูกค้าที่มีความต้องการที่หลากหลาย การที่ต้องทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยตลอดสัปดาห์ การที่ต้องทำงานเป็นกะที่เปลี่ยนแปลงไปไม่มีความแน่นอน ที่ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตที่สนุกสนานกับเพื่อนฝูงในสังคมของตนเอง และเงินเดือนประจำที่ได้จากการทำงานต่ำกว่าการเริ่มต้นทำงานในบริษัทเอกชนทั่วๆ ไป ไม่สามารถเทียบเคียงกับเพื่อนฝูงในรุ่นเดียวกันได้ (โดยไม่ได้คำนึงถึงสวัสดิการและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นๆ) ทำให้หลายๆ คนเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่นที่สามารถจะใช้ชีวิตเหมือนเพื่อนฝูงในสังคมวัยเดียวกันได้เมื่อมีโอกาส

ในการหาคนเข้าทำงานในโรงแรมในระดับต่างๆ นั้น มีสิ่งจูงใจที่โรงแรมทั้งหลายควรที่จะต้องให้ความสนใจ และนำไปพิจารณาดำเนินการให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ที่จะเข้ามาทำงานดังต่อไปนี้
1. โอกาสในการเรียนรู้
ผู้ที่ไม่มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานโรงแรมมาก่อน ที่สนใจในงานด้านโรงแรม ต้องการที่จะได้รับโอกาสในการเริ่มต้นการเข้าทำงานและการเรียนรู้งานไปพร้อมๆ กัน บุคคลกลุ่มนี้ยอมรับได้กับเงินเดือนเริ่มต้นที่ไม่มากนัก เพียงแค่ขอให้ได้มีโอกาส และจะมีความขยันในการหารายได้เพิ่มให้กับตนเองในลักษณะของการทำมากได้มาก ทั้งรายได้และความรู้ประสบการณ์ทำงานต่างๆ มักจะเป็นกลุ่มของหนุ่มสาวที่ยังไม่มีครอบครัว และยังไม่ได้วางแผนที่จะมี
2. เงินเดือนประจำที่เพียงพอ
สำหรับผู้ที่มีความรู้หรือมีประสบการณ์ในการทำงานมาบ้างแล้ว แต่ไม่มากนักนั้น เงินเดือนหรือค่าตอบแทนประจำที่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของตนเอง และเงินเดือนที่ทัดเทียมกับเพื่อนฝูงในวิชาชีพอื่นๆ หรือเงินเดือนค่าตอบแทนสูงกว่าที่ทำงานเก่า จะเป็นสิ่งดึงดูดใจให้เข้าร่วมทำงานกับโรงแรมใดโรงแรมหนึ่ง กลุ่มนี้เป็นผู้ที่เริ่มจะวางแผนอนาคตในระยะสั้นของตนเองไว้เรียบร้อยแล้ว และอาจจะเริ่มวางแผนถึงการมีครอบครัวในระยะเวลาอันใกล้
3. โอกาสก้าวหน้าในอาชีพ
สำหรับผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานมาพอสมควรแล้วย่อมที่จะต้องการความก้าวหน้าในอาชีพการงาน ดังนั้นโรงแรมควรที่จะมีการระบุเส้นทางของอาชีพ (Career Path) ภายในโรงแรมไว้อย่างชัดเจนว่า พนักงานแต่ละคนเมื่อปฏิบัติงานในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง เป็นระยะเวลานานเท่าใด แล้วจะมีโอกาสก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งใด ที่เป็นสิ่งช่วยให้พนักงานสามารถตั้งเป้าหมายในการทำงานของตนเอง และสามารถพัฒนาตนเองไปสู่จุดนั้นได้ บุคคลกลุ่มนี้เริ่มที่จะวางแผนการเติมโตในหน้าที่การงานของตนเอง หาช่องทางในการไปสู่เป้าหมายที่รวดเร็วที่สุด เพื่อหาโอกาสก้าวขึ้นในขั้นต่อไป
4. สวัสดิการที่น่าพึงพอใจ
สวัสดิการของพนักงานที่ได้รับนอกเหนือจากค่าจ้าง เงินเดือนประจำที่ตนเองได้รับนั้นจะเป็นแรงจูงใจให้กับพนักงานที่มีประสบการณ์ทำงานในระดับพนักงานอาวุโสทั้งหลาย ที่กำลังมองถึงความมั่นคงในการร่วมงานกับโรงแรมใดโรงแรมหนึ่งในระยะยาว ที่มักจะถูกนำมาเทียบเคียงกับโรงแรมอื่นๆ ก่อนการพิจารณาย้ายสถานที่ทำงาน ซึ่งสวัสดิการที่เป็นปัจจัยสำคัญและเป็นแรงจูงใจของพนักงาน

คาดการเติบโตของเม็ดเงินสะพัดสู่ธุรกิจโรงแรมในปี 2558

ในปี 2558 นี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงของรัสเซีย และยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมที่มีสถานประกอบการกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวรัสเซีย และยุโรปจำนวนมาก ได้แก่ พัทยา สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพงัน และเกาะเต่า) และภูเก็ต อาจได้รับผลกระทบจากแนวโน้มการลดลงของนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว อีกทั้งการเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมจำนวนมาก รวมถึงทางเลือกในการใช้บริการที่พักที่หลากหลายขึ้น นำมาซึ่งการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมที่รุนแรงมากขึ้น และอาจนำมาสู่ภาวะการแข่งขันทางด้านราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงแรมระดับสามดาว ซึ่งมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะการแข่งขันทางด้านราคาในระดับสูงกว่าโรงแรมในระดับสี่ดาวขึ้นไป

ในช่วงของการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปี 2558 จะมีนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางสัญชาติอาเซียนเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงยังเอื้ออำนวยให้การลงทุนธุรกิจโรงแรมโดยผู้ลงทุนจากประเทศสมาชิกอาเซียนเป็นไปได้สะดวกขึ้น ในขณะที่ ประเทศไทยยังคงเป็นเป้าหมายในการลงทุนธุรกิจโรงแรมที่สำคัญของภูมิภาค และสำหรับรายได้จากการเข้าพักจากนักท่องเที่ยวคนไทยในปี 2558 นั้น ก็พบว่า การประกาศใช้มาตรการให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสามารถนำรายจ่ายจากการท่องเที่ยวและสัมมนามาหักลดหย่อนภาษีได้ จะเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่กระตุ้นตลาดธุรกิจโรงแรมในปี 2558 ได้

ธุรกิจโรงแรมในปี 2558 ประมาณ 513,000 – 527,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.1 – 10.0 จากปี 2557 โดยเป็นเม็ดเงินสะพัดสู่ธุรกิจโรงแรมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 344,000 – 353,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 – 7.6 จากปี 2557 และเป็นเม็ดเงินสะพัดสู่ธุรกิจโรงแรมจากนักท่องเที่ยวคนไทยประมาณ 169,000 – 174,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.9 – 15.2 จากปี 2557 ทั้งนี้ การเติบโตของเม็ดเงินสะพัดสู่ธุรกิจโรงแรมในปี 2558 ดังกล่าว ส่วนหนึ่งยังเป็นผลมาจากการฟื้นตัวจากปี 2557 ที่เม็ดเงินสะพัดสู่ธุรกิจโรงแรมหดตัวลงร้อยละ 2.6 ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง และภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา ในปี 2558 ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมต้องระมัดระวังความเสี่ยงจากการประกอบธุรกิจที่มีการพึ่งพาตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป ที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ประกอบการในกรณีที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักลดลง โดยผู้ประกอบการสามารถลดความเสี่ยงผ่านการขยายตลาดไปยังนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางระหว่างประเทศสัญชาติอาเซียนที่มีแนวโน้มเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงอาจให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้จากตลาดภายในประเทศ

แม้ว่าการแข่งขันของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมจะมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแหล่งท่องเที่ยวหลักและพื้นที่ศูนย์กลางทางธุรกิจ แต่จากการที่ภาครัฐส่งเสริมให้ปี 2558 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยววิถีไทย ที่จะมีการสนับสนุนให้เกิดการกระจายการท่องเที่ยวไปยังจังหวัดที่เป็นหัวเมืองรองมากขึ้น ได้แก่ ลำปาง เพชรบูรณ์ เลย บุรีรัมย์ ตราด จันทบุรี ชุมพร ตรัง สมุทรสงคราม และราชบุรี ที่นักท่องเที่ยวจะมีการกระจายการท่องเที่ยวจากแหล่งท่องเที่ยวหลักและพื้นที่ศูนย์กลางทางธุรกิจ มาสู่จังหวัดที่เป็นหัวเมืองรองมากขึ้น ถือได้ว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ดังกล่าวที่จะให้บริการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ

AEC กับธุรกิจโรงแรมไทย โอกาสที่มาพร้อมการรับมือ


จำนวนประชากรจำนวนเกือบ 600 ล้านคนที่สามารถไปมาหาสู่กันได้สะดวกขึ้นในปี 2558 นี่เอง ย่อมจะทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวจะเติบโตได้อีกมาก และบรรดาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องก็จะขยายตัวตามไปด้วย รวมทั้งธุรกิจโรงแรมก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่โอกาสเติบโตสูง แต่ก็ย่อมจะมีการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกันเพราะทิศทางของธุรกิจโรงแรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ถูกวิเคราะห์และคาดการณ์ในทิศทางเดียวกันว่าจะต้องได้รับผลดีจากการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ประเทศไทยนั้นมีทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์และหลากหลาย อีกทั้งยังมีภูมิศาสตร์ทางด้านการท่องเที่ยวที่ได้เปรียบกว่าประเทศอื่นๆ จึงทำให้ประเทศวางตัวเป็นศูนย์กลางทางด้านท่องเที่ยวของภูมิภาค และคาดการณ์กันไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากอาเซียนและภูมิภาคอื่นๆ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในภูมิภาคผ่านทางประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เพราะมองแค่เฉพาะด้านการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ง่ายขึ้น สะดวกขึ้นของพลเมืองประเทศต่างๆ ใน AEC จะยิ่งพบว่าในบรรดา 10 ประเทศสมาชิกของอาเซียนนั้น ไม่มีประเทศไหนที่จะเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวได้ดีเท่าประเทศไทย ทั้งนี้เพราะปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เอื้ออำนวยแก่การท่องเที่ยวมากกว่าประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสม ถ้าวิเคราะห์เส้นทางการบินของสายการบินต่างๆ จะพบว่าประเทศไทยเป็น Gateway เข้าสู่ AEC และกระจายไปสู่ประเทศต่างๆได้เป็นอย่างดีและอยู่ในพิสัยการบินที่มีความเหมาะสม อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงทางทะเล และทางบกได้อย่างสะดวกอีกด้วย

ขณะที่ภูมิอากาศของไทยก็ได้เปรียบ เพราะมีภูมิอากาศที่ท่องเที่ยวได้ทั้งปี เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อนตากอากาศตามสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีชายหาดที่สวยงาม แม้ว่าจะมีมรสุมเข้ามาในประเทศไทยบ้าง แต่ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ใน AEC แล้ว ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่จะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด บางประเทศมีชายหาดที่สวยงาม แต่ในฤดูหนาวก็มีอากาศที่หนาวจัดไม่เหมาะแก่การพักผ่อนตากอากาศ หรืออาบแดด ในแง่ของการนับถือศาสนา ประเทศไทยมีพลเมืองที่นับถือศาสนาต่างๆ ที่หลากหลายก็จริง แต่ก็ไม่มีข้อจำกัดทางด้านศาสนาที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวเหมือนประเทศอื่นๆ ขณะที่บางประเทศใน AEC แม้จะมีทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ แต่ด้วยข้อจำกัดทางศาสนาก็ไม่เอื้อต่อนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม บางประเภท

ในส่วนของวัฒนธรรม คนไทยมีวัฒนธรรมที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีอัธยาศัยไมตรีที่ดี ต้อนรับขับสู้ผู้มาเยือน และมีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจอยู่หลากหลาย มีทรัพยากรวัฒนธรรมที่มีความสวยงาม มีแหล่งโบราณคดี โบราณสถานต่างๆ มีวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น มีแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมทางด้านการท่องเที่ยวที่ถูกสร้างขึ้นมากมาย

สำหรับค่าใช้จ่าย ถ้าเปรียบเทียบด้านต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวแล้ว การมาท่องเที่ยวประเทศไทยถือว่ามีต้นทุนที่ต่ำ และมีความคุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับการบริการที่ได้รับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่พักในประเทศไทยที่มีคุณภาพดี ได้มาตรฐาน จะมีอัตราค่าห้องพักที่ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ใน AEC อยู่เป็นอย่างมาก แน่นอนว่าธุรกิจด้านการโรงแรมของไทย ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องได้รับผลกระทบในแง่ของการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นหลังการเข้าสู่ AEC อย่างแน่นอน จุดนี้เองที่ธุรกิจโรงแรมของไทยจำเป็นที่จะต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่จะมีกลุ่มทุนจากต่างชาติทั้งในและนอก AEC เข้ามาลุงทุนในธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น.