สิ่งจูงใจในการหาพนักงานเข้าทำงานในโรงแรม

หลายๆ โรงแรมในปัจจุบันคงจะประสบปัญหาเกี่ยวกับการหาคนมาทำงานในโรงแรมของตนในลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงแรมท้องถิ่นที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปนัก ที่ประสบกับภาวะการขาดแคลนแรงงาน และบุคลากรอยู่อย่างเช่นทุกวันนี้

แม้ว่าในแต่ละปีจะมีผู้สำเร็จการศึกษาทางด้านการโรงแรมจากสถานบันการศึกษาต่างๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ผู้ที่สำเร็จการศึกษาเหล่านี้มุ่งหวังที่จะได้เริ่มต้นการทำงานกับโรงแรมที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติมากกว่า เพราะเข้าใจว่าผลตอบแทนที่ตนเองจะได้รับนั้นมีความคุ้มค่ากับเวลาและค่าใช้จ่ายที่ตนเองลงทุนไปร่ำเรียนมา นอกจากนี้ก็หวังว่าจะได้เข้าเรียนรู้ระบบการทำงานของโรงแรมชั้นนำ เพื่อนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปใช้กับการทำงานของตนเองต่อไปในอนาคต

บางคนที่สำเร็จการศึกษามาแล้ว เมื่อมีประสบการณ์ได้ทำงานโรงแรมเข้าจริงๆ ก็พบว่าไม่มีความเหมาะสมกับความต้องการของตนเองในด้านต่างๆ อาทิ การให้บริการลูกค้าที่มีความต้องการที่หลากหลาย การที่ต้องทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยตลอดสัปดาห์ การที่ต้องทำงานเป็นกะที่เปลี่ยนแปลงไปไม่มีความแน่นอน ที่ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตที่สนุกสนานกับเพื่อนฝูงในสังคมของตนเอง และเงินเดือนประจำที่ได้จากการทำงานต่ำกว่าการเริ่มต้นทำงานในบริษัทเอกชนทั่วๆ ไป ไม่สามารถเทียบเคียงกับเพื่อนฝูงในรุ่นเดียวกันได้ (โดยไม่ได้คำนึงถึงสวัสดิการและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นๆ) ทำให้หลายๆ คนเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่นที่สามารถจะใช้ชีวิตเหมือนเพื่อนฝูงในสังคมวัยเดียวกันได้เมื่อมีโอกาส

ในการหาคนเข้าทำงานในโรงแรมในระดับต่างๆ นั้น มีสิ่งจูงใจที่โรงแรมทั้งหลายควรที่จะต้องให้ความสนใจ และนำไปพิจารณาดำเนินการให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ที่จะเข้ามาทำงานดังต่อไปนี้
1. โอกาสในการเรียนรู้
ผู้ที่ไม่มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานโรงแรมมาก่อน ที่สนใจในงานด้านโรงแรม ต้องการที่จะได้รับโอกาสในการเริ่มต้นการเข้าทำงานและการเรียนรู้งานไปพร้อมๆ กัน บุคคลกลุ่มนี้ยอมรับได้กับเงินเดือนเริ่มต้นที่ไม่มากนัก เพียงแค่ขอให้ได้มีโอกาส และจะมีความขยันในการหารายได้เพิ่มให้กับตนเองในลักษณะของการทำมากได้มาก ทั้งรายได้และความรู้ประสบการณ์ทำงานต่างๆ มักจะเป็นกลุ่มของหนุ่มสาวที่ยังไม่มีครอบครัว และยังไม่ได้วางแผนที่จะมี
2. เงินเดือนประจำที่เพียงพอ
สำหรับผู้ที่มีความรู้หรือมีประสบการณ์ในการทำงานมาบ้างแล้ว แต่ไม่มากนักนั้น เงินเดือนหรือค่าตอบแทนประจำที่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของตนเอง และเงินเดือนที่ทัดเทียมกับเพื่อนฝูงในวิชาชีพอื่นๆ หรือเงินเดือนค่าตอบแทนสูงกว่าที่ทำงานเก่า จะเป็นสิ่งดึงดูดใจให้เข้าร่วมทำงานกับโรงแรมใดโรงแรมหนึ่ง กลุ่มนี้เป็นผู้ที่เริ่มจะวางแผนอนาคตในระยะสั้นของตนเองไว้เรียบร้อยแล้ว และอาจจะเริ่มวางแผนถึงการมีครอบครัวในระยะเวลาอันใกล้
3. โอกาสก้าวหน้าในอาชีพ
สำหรับผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานมาพอสมควรแล้วย่อมที่จะต้องการความก้าวหน้าในอาชีพการงาน ดังนั้นโรงแรมควรที่จะมีการระบุเส้นทางของอาชีพ (Career Path) ภายในโรงแรมไว้อย่างชัดเจนว่า พนักงานแต่ละคนเมื่อปฏิบัติงานในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง เป็นระยะเวลานานเท่าใด แล้วจะมีโอกาสก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งใด ที่เป็นสิ่งช่วยให้พนักงานสามารถตั้งเป้าหมายในการทำงานของตนเอง และสามารถพัฒนาตนเองไปสู่จุดนั้นได้ บุคคลกลุ่มนี้เริ่มที่จะวางแผนการเติมโตในหน้าที่การงานของตนเอง หาช่องทางในการไปสู่เป้าหมายที่รวดเร็วที่สุด เพื่อหาโอกาสก้าวขึ้นในขั้นต่อไป
4. สวัสดิการที่น่าพึงพอใจ
สวัสดิการของพนักงานที่ได้รับนอกเหนือจากค่าจ้าง เงินเดือนประจำที่ตนเองได้รับนั้นจะเป็นแรงจูงใจให้กับพนักงานที่มีประสบการณ์ทำงานในระดับพนักงานอาวุโสทั้งหลาย ที่กำลังมองถึงความมั่นคงในการร่วมงานกับโรงแรมใดโรงแรมหนึ่งในระยะยาว ที่มักจะถูกนำมาเทียบเคียงกับโรงแรมอื่นๆ ก่อนการพิจารณาย้ายสถานที่ทำงาน ซึ่งสวัสดิการที่เป็นปัจจัยสำคัญและเป็นแรงจูงใจของพนักงาน

คาดการเติบโตของเม็ดเงินสะพัดสู่ธุรกิจโรงแรมในปี 2558

ในปี 2558 นี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงของรัสเซีย และยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมที่มีสถานประกอบการกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวรัสเซีย และยุโรปจำนวนมาก ได้แก่ พัทยา สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพงัน และเกาะเต่า) และภูเก็ต อาจได้รับผลกระทบจากแนวโน้มการลดลงของนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว อีกทั้งการเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมจำนวนมาก รวมถึงทางเลือกในการใช้บริการที่พักที่หลากหลายขึ้น นำมาซึ่งการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมที่รุนแรงมากขึ้น และอาจนำมาสู่ภาวะการแข่งขันทางด้านราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงแรมระดับสามดาว ซึ่งมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะการแข่งขันทางด้านราคาในระดับสูงกว่าโรงแรมในระดับสี่ดาวขึ้นไป

ในช่วงของการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปี 2558 จะมีนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางสัญชาติอาเซียนเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงยังเอื้ออำนวยให้การลงทุนธุรกิจโรงแรมโดยผู้ลงทุนจากประเทศสมาชิกอาเซียนเป็นไปได้สะดวกขึ้น ในขณะที่ ประเทศไทยยังคงเป็นเป้าหมายในการลงทุนธุรกิจโรงแรมที่สำคัญของภูมิภาค และสำหรับรายได้จากการเข้าพักจากนักท่องเที่ยวคนไทยในปี 2558 นั้น ก็พบว่า การประกาศใช้มาตรการให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสามารถนำรายจ่ายจากการท่องเที่ยวและสัมมนามาหักลดหย่อนภาษีได้ จะเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่กระตุ้นตลาดธุรกิจโรงแรมในปี 2558 ได้

ธุรกิจโรงแรมในปี 2558 ประมาณ 513,000 – 527,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.1 – 10.0 จากปี 2557 โดยเป็นเม็ดเงินสะพัดสู่ธุรกิจโรงแรมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 344,000 – 353,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 – 7.6 จากปี 2557 และเป็นเม็ดเงินสะพัดสู่ธุรกิจโรงแรมจากนักท่องเที่ยวคนไทยประมาณ 169,000 – 174,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.9 – 15.2 จากปี 2557 ทั้งนี้ การเติบโตของเม็ดเงินสะพัดสู่ธุรกิจโรงแรมในปี 2558 ดังกล่าว ส่วนหนึ่งยังเป็นผลมาจากการฟื้นตัวจากปี 2557 ที่เม็ดเงินสะพัดสู่ธุรกิจโรงแรมหดตัวลงร้อยละ 2.6 ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง และภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา ในปี 2558 ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมต้องระมัดระวังความเสี่ยงจากการประกอบธุรกิจที่มีการพึ่งพาตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป ที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ประกอบการในกรณีที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักลดลง โดยผู้ประกอบการสามารถลดความเสี่ยงผ่านการขยายตลาดไปยังนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางระหว่างประเทศสัญชาติอาเซียนที่มีแนวโน้มเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงอาจให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้จากตลาดภายในประเทศ

แม้ว่าการแข่งขันของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมจะมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแหล่งท่องเที่ยวหลักและพื้นที่ศูนย์กลางทางธุรกิจ แต่จากการที่ภาครัฐส่งเสริมให้ปี 2558 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยววิถีไทย ที่จะมีการสนับสนุนให้เกิดการกระจายการท่องเที่ยวไปยังจังหวัดที่เป็นหัวเมืองรองมากขึ้น ได้แก่ ลำปาง เพชรบูรณ์ เลย บุรีรัมย์ ตราด จันทบุรี ชุมพร ตรัง สมุทรสงคราม และราชบุรี ที่นักท่องเที่ยวจะมีการกระจายการท่องเที่ยวจากแหล่งท่องเที่ยวหลักและพื้นที่ศูนย์กลางทางธุรกิจ มาสู่จังหวัดที่เป็นหัวเมืองรองมากขึ้น ถือได้ว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ดังกล่าวที่จะให้บริการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ

AEC กับธุรกิจโรงแรมไทย โอกาสที่มาพร้อมการรับมือ


จำนวนประชากรจำนวนเกือบ 600 ล้านคนที่สามารถไปมาหาสู่กันได้สะดวกขึ้นในปี 2558 นี่เอง ย่อมจะทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวจะเติบโตได้อีกมาก และบรรดาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องก็จะขยายตัวตามไปด้วย รวมทั้งธุรกิจโรงแรมก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่โอกาสเติบโตสูง แต่ก็ย่อมจะมีการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกันเพราะทิศทางของธุรกิจโรงแรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ถูกวิเคราะห์และคาดการณ์ในทิศทางเดียวกันว่าจะต้องได้รับผลดีจากการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ประเทศไทยนั้นมีทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์และหลากหลาย อีกทั้งยังมีภูมิศาสตร์ทางด้านการท่องเที่ยวที่ได้เปรียบกว่าประเทศอื่นๆ จึงทำให้ประเทศวางตัวเป็นศูนย์กลางทางด้านท่องเที่ยวของภูมิภาค และคาดการณ์กันไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากอาเซียนและภูมิภาคอื่นๆ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในภูมิภาคผ่านทางประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เพราะมองแค่เฉพาะด้านการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ง่ายขึ้น สะดวกขึ้นของพลเมืองประเทศต่างๆ ใน AEC จะยิ่งพบว่าในบรรดา 10 ประเทศสมาชิกของอาเซียนนั้น ไม่มีประเทศไหนที่จะเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวได้ดีเท่าประเทศไทย ทั้งนี้เพราะปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เอื้ออำนวยแก่การท่องเที่ยวมากกว่าประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสม ถ้าวิเคราะห์เส้นทางการบินของสายการบินต่างๆ จะพบว่าประเทศไทยเป็น Gateway เข้าสู่ AEC และกระจายไปสู่ประเทศต่างๆได้เป็นอย่างดีและอยู่ในพิสัยการบินที่มีความเหมาะสม อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงทางทะเล และทางบกได้อย่างสะดวกอีกด้วย

ขณะที่ภูมิอากาศของไทยก็ได้เปรียบ เพราะมีภูมิอากาศที่ท่องเที่ยวได้ทั้งปี เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อนตากอากาศตามสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีชายหาดที่สวยงาม แม้ว่าจะมีมรสุมเข้ามาในประเทศไทยบ้าง แต่ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ใน AEC แล้ว ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่จะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด บางประเทศมีชายหาดที่สวยงาม แต่ในฤดูหนาวก็มีอากาศที่หนาวจัดไม่เหมาะแก่การพักผ่อนตากอากาศ หรืออาบแดด ในแง่ของการนับถือศาสนา ประเทศไทยมีพลเมืองที่นับถือศาสนาต่างๆ ที่หลากหลายก็จริง แต่ก็ไม่มีข้อจำกัดทางด้านศาสนาที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวเหมือนประเทศอื่นๆ ขณะที่บางประเทศใน AEC แม้จะมีทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ แต่ด้วยข้อจำกัดทางศาสนาก็ไม่เอื้อต่อนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม บางประเภท

ในส่วนของวัฒนธรรม คนไทยมีวัฒนธรรมที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีอัธยาศัยไมตรีที่ดี ต้อนรับขับสู้ผู้มาเยือน และมีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจอยู่หลากหลาย มีทรัพยากรวัฒนธรรมที่มีความสวยงาม มีแหล่งโบราณคดี โบราณสถานต่างๆ มีวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น มีแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมทางด้านการท่องเที่ยวที่ถูกสร้างขึ้นมากมาย

สำหรับค่าใช้จ่าย ถ้าเปรียบเทียบด้านต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวแล้ว การมาท่องเที่ยวประเทศไทยถือว่ามีต้นทุนที่ต่ำ และมีความคุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับการบริการที่ได้รับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่พักในประเทศไทยที่มีคุณภาพดี ได้มาตรฐาน จะมีอัตราค่าห้องพักที่ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ใน AEC อยู่เป็นอย่างมาก แน่นอนว่าธุรกิจด้านการโรงแรมของไทย ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องได้รับผลกระทบในแง่ของการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นหลังการเข้าสู่ AEC อย่างแน่นอน จุดนี้เองที่ธุรกิจโรงแรมของไทยจำเป็นที่จะต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่จะมีกลุ่มทุนจากต่างชาติทั้งในและนอก AEC เข้ามาลุงทุนในธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น.

กลยุทธ์ทางการตลาดในการประกอบธุรกิจอพาร์ทเมนต์ให้เช่า


ที่พักอาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์จากสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ประชากรมีการเคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัยด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น เพื่อศึกษาต่อของผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด เพื่อความสะดวกสบายและประหยัดเวลาในการเดินทางไปที่ทำงานหรือสถานศึกษา เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้เป็นสาเหตุให้ธุรกิจที่พักอาศัยให้เช่าเกิดขึ้นอย่างมากมายทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดที่เป็นจุดศูนย์รวมของแหล่งงาน เขตอุตสาหกรรม และสถานศึกษา เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ไปจนถึงจังหวัดใหญ่ๆ

ประเภทที่อยู่อาศัยให้เช่า
ที่อยู่อาศัยให้เช่าสามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน ดังนี้
-หอพัก มีลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์ หรือเป็นอาคารก่อสร้างที่มีจำนวนชั้นไม่เกิน 4 ชั้น แบ่งเป็นห้องเล็กๆ และจัดเป็นสัดส่วน ตามปกติผู้เช่าต้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน ที่อยู่อาศัยแบบนี้จะตั้งอยู่ใกล้กับสถานศึกษา แหล่งชุมชน และเขตอุตสาหกรรม เป็นต้น
- บ้านเช่า ผู้ให้เช่าอาจใช้บ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์ มากั้นบ้านแบ่งเป็นห้องๆ โดยคิดอัตราค่าเช่าตามขนาดห้องที่กั้นไว้  ซึ่งผู้เช่าสามารถใช้ห้องครัว ห้องนั่งเล่น และห้องน้ำร่วมกับผู้ให้เช่า แต่ในบางกรณีผู้ให้เช่าอาจเสนอให้ผู้เช่าเช่าบ้านทั้งหลัง  โดยคิดอัตราค่าเช่าตามขนาดของบ้าน และทำเลที่ตั้งนั้นๆ
- แฟลต เป็นอาคารที่พักที่มีขนาดห้องเท่าๆ กัน หน่วยงานรัฐสร้างขึ้นเพื่อเป็นสวัสดิการแก่หน้าที่ของหน่วยงาน  โดยผู้เช่าจะเสียค่าเช่าในอัตราที่ต่ำกว่าที่อยู่อาศัยให้เช่าแบบอื่นๆ แต่สำหรับแฟลตการเคหะแห่งชาตินั้น  เป็นอาคารอาศัยที่การเคหะสร้างขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการและบุคคลที่มีรายได้น้อยได้เช่าซื้อ และครอบครองกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ภายหลังการชำระเงินตามเงื่อนไขอย่างครบถ้วน
- อาคารชุดหรือคอนโดมิเนียม เป็นอาคารสูงที่ถูกสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขายให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่มีฐานะ ซึ่งอาจซื้อเพื่อการอยู่อาศัยเอง หรือขายต่อเพื่อผลประโยชน์ด้านธุรกิจ หรือเสนอให้เช่าต่ออีกทอดหนึ่ง
- อพาร์ทเมนต์ เป็นอาคารที่อยู่อาศัยซึ่งมีความสูงตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไป มีหลายห้องในอาคารเดียวกัน ไม่มีการจำหน่ายห้องเหมือนแฟลตหรือคอนโดมิเนียม เพราะการสร้างอพาร์ทเมนต์มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการให้เช่าโดยเฉพาะ

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
ลูกค้าเป้าหมายของธุรกิจอพาร์ทเมนต์ให้เช่าแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ตามระดับรายได้ ได้แก่
1.กลุ่มลูกค้าที่มีระดับรายได้สูง คือ มีระดับรายได้เฉลี่ยเดือนละตั้งแต่ 40,000 บาท ขึ้นไป ลูกค้ากลุ่มนี้มีทั้งผู้ที่มีภูมิลำเนาในต่างจังหวัดและผู้ที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ไกลจากสถานที่ทำงาน กลุ่มลูกค้าที่มีระดับรายได้สูง เช่น
– เจ้าหน้าที่บริหารระดับกลางถึงระดับสูงของบริษัทเอกชน
– เจ้าหน้าที่สายการบินต่างๆ
– พนักงานเอกชนที่มีรายได้สูง
– ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย เป็นต้น
2.กลุ่มลูกค้าที่มีระดับรายได้ปานกลาง คือ มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป ลูกค้ากลุ่มนี้โดยส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างจังหวัดหรือมีบ้านพักอาศัยอยู่ไกลจากที่ทำงานหรือสถานศึกษา ลูกค้าส่วนใหญ่จึงเลือกอพาร์ทเมนต์ให้เช่าที่เดินทางไปสถานศึกษาและที่ทำงานได้สะดวก มีสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพักอย่างครบครัน และมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี กลุ่มลูกค้าที่มีระดับรายได้ปานกลาง เช่น
– พนักงานบริษัทเอกชน
– นักเรียนหรือนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มีฐานะดี
– ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ เช่น นักแสดง นักร้อง เป็นต้น
3.กลุ่มลูกค้าที่มีระดับรายได้น้อย คือ มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนตั้งแต่ 5,000-10,000 บาทขึ้นไป กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้น้อย โดยส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด แต่เข้าประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อในเขตเมืองใหญ่ ลูกค้าจึงเลือกห้องพักที่มีราคาถูก สะดวกต่อการเดินทางไปสถานศึกษาและที่ทำงาน ทำเลตั้งอยู่ในย่านชุมชน เช่น ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น และมีระบบรักษาความปลอดภัยดีพอสมควร กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้น้อย เช่น
– นักเรียน นักศึกษา
– พนักงานโรงงาน พนักงานบริษัทในย่านชานเมือง
– พนักงานบริการอาหารในโรงแรม ร้านอาหาร ภัตตาคาร แม่ค้าในตลาดสด
– ประชาชนทั่วไปที่มีภูมิลำเนาในต่างจังหวัด

 

ธุรกิจโรงแรมพร้อมรับ AEC ประชาคมอาเซียน โอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาล

การเปิดเสรีในส่วนของธุรกิจโรงแรมระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน มีประเด็นสำคัญในเรื่องของสัดส่วนการถือหุ้นของชาวต่างชาติ ที่ยังมิได้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด คือ ประเทศสมาชิกอาเซียนเปิดให้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนอาเซียนเป็น ร้อยละ 70 ในปี 2558 ในสาขาธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง โดยปัจจุบัน ประเทศสมาชิกตกลงในเรื่องสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ ดังนี้ ประเทศมาเลเซียอนุญาตให้ชาวต่างชาติร่วมทุนกับนักธุรกิจมาเลเซียและถือหุ้น ได้ไม่เกินร้อยละ 51 (เฉพาะโรงแรม ระดับ 4-5 ดาว) ส่วนประเทศสิงคโปร์ไม่มีข้อจำกัดใดๆ สำหรับการลงทุนของชาวต่างชาติในธุรกิจโรงแรม ขณะที่ประเทศไทยเองก็กำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของชาวต่างชาติให้ถือได้ไม่เกิน ร้อยละ 49

ปัจจุบันนักลงทุนไทยสามารถเข้าไปตั้งธุรกิจท่องเที่ยวและบริการโดยเป็น เจ้าของ 100% หรือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศเวียดนามได้ แต่มี เงื่อนไขว่านักลงทุนต้องดำเนินการสร้าง ปรับปรุง ฟื้นฟู แล้วจึงจะได้กรรมสิทธิ์หลังจากนั้น อย่างไรก็ตาม ภาครัฐของแต่ละประเทศก็มีแผนงานดำเนินการเพื่อผลักดันให้นักลงทุนต่างชาติ สามารถถือหุ้นได้สูงถึงร้อยละ 70 ตามเป้าหมายของประเทศอาเซียนในการเปิดเสรีการบริการด้านท่องเที่ยว การเปิดเสรีด้านการค้าการบริการและการลงทุนระหว่างกันของ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน ตามกรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC จะส่งผลให้ตลาดประชากรมีจำนวนรวมกันถึงเกือบ600 ล้านคน ในทางการตลาดย่อมจะก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาล

ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยมีการใช้เชนต่างชาติเข้ามาบริหารจัดการในปริมาณมากพอสมควร ซึ่งสาเหตุหลักน่าจะมาจากการที่ เชนต่างประเทศมีชื่อเสียงและการบริการที่ เป็นสากล ประกอบกับการมีฐานข้อมูลลูกค้าที่มากกว่า ทำให้สามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด ส่งผลให้เป็นที่ยอมรับของลูกค้า และได้รับความไว้วางใจที่จะใช้บริการ

การเปิด AEC  อย่างสมบูรณ์ เชื่อว่าต้องมีเชนต่างประเทศและเชนไทยมาลงสนามแข่งขันการรับบริหารโรงแรมอีกมาก เห็นได้จากเมื่อเร็วๆ นี้ ที่เชนฮิลตัน เวิลด์ไวด์ มาร่วมลงทุนกับบริษัทแมกโนเลีย ไฟน์เนสท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดตัวโรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ซึ่งถือเป็นโรงแรมที่หรูหราที่สุดในเครือ โรงแรมฮิลตัน และถือเป็นแห่งแรกในอาเซียน โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี พ.ศ. 2558 เพื่อรองรับการเปิดAEC  โดยให้น้ำหนักกับตลาดท่องเที่ยวมากกว่าตลาดประชุมสัมมนาสอดคล้องกับสภาอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่คาดการณ์ว่าภายหลังการเปิด AEC ประเทศไทยน่าจะสร้างรายได้จากภาคการท่องเที่ยวเพิ่มเป็น กว่า 2 ล้านล้านบาท จากปัจจุบันที่สร้าง รายได้ให้แก่ประเทศประมาณ 1 ล้านล้านบาท