ควรตั้งชื่อห้องพักให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้า

เวลาที่เราจองห้องพักเราจะสังเกตได้ว่า รีสอร์ทที่เปิดขึ้นมาใหม่นั้นตั้งชื่อห้องให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ แต่การที่จะตั้งชื่อห้องพักนั้น อาจทำให้ลูกค้าไม่เข้าใจความหมาย และไม่มีเวลาที่จะอธิบายให้ลูกค้าได้ทราบ จึงทำให้เสียโอกาสให้กับโรงแรมอื่น ดังนั้นการตั้งชื่อห้องที่ดีต้องสื่อได้ว่าห้องนั้นเป็นห้องประเภทใด และเหมาะกับลูกค้ากลุ่มไหน

โรงแรมมีเวลาในการอธิบายขยายความให้แก่ลูกค้าได้น้อยเพราะมีพื้นที่จำกัดในการนำเสนอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขายผ่าน Hotel Tariff ของ Wholesalers บางราย มีการนำเสนอข้อมูลโรงแรมรีสอร์ท ที่ขายเพียง 2-3 บรรทัด และมีเวลาแค่ช่วงสั้นๆ ในการเสนอขายลูกค้า และนิยมที่จะขายห้องพักของโรงแรมเพียง 2 ประเภทคือ asic Category ที่ใช้สำหรับ Lead In และ Upgrade Category ที่ใช้สำหรับ Up Selling อันเนื่องมาจากสภาวะการแข่งขันและการลดต้นทุนกันนั้น ซึ่งชื่อห้องพักที่ดีต้องสื่อความหมายได้ดึงดูดใจกลุ่มลูกค้าอย่างชัดเจน

ในบรรดาชื่อห้องพักที่กลุ่มลูกค้าโรงแรมทั่วไปรู้จักและคุ้นเคยกันดี เช่น Standard, Superior, Deluxe ที่มีเสนอขายกันอยู่ทั่วไปแล้วนั้น ยังมีชื่ออีกบางชื่อที่สามารถนำมาใช้สื่อถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง

1.Honeymoon Room สื่อความหมายถึงห้องพักที่มีเตียงใหญ่ขนาด 2 คนนอนได้ มีสิ่งของเครื่องใช้ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหรา บรรยากาศดี กว่าห้องพักธรรมดา ที่เหมาะแก่การใช้เป็นห้องพักสำหรับคู่ฮันนีมูน โดยทางโรงแรมไม่จำเป็นต้องอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมจากชื่อห้องพักมากนัก
2.Honeymoon Suite สื่อความหมายได้ในลักษณะเดียวกันกับห้องประเภท Honeymoon Room แต่มีการแบ่งสัดส่วนของห้องออกเป็นส่วนห้องนอน และห้องนั่งเล่นที่มีลักษณะเป็นสัดส่วน
3.Honeymoon Villa สื่อความหมายได้ในลักษณะเดียวกันกับห้องประเภท Honeymoon Room แต่สื่อถึงความเป็นส่วนตัว แยกพื้นที่ใช้สอยออกจากอาคารอื่นๆ มีความเงียบสงบไม่พลุกพล่านเหมือนห้องพักทั่วไป
4.Family Suite สื่อความหมายได้ในลักษณะเดียวกันกับห้องประเภท Family Room แต่จะมีการแบ่งสัดส่วนของห้องพ่อ-แม่ ห้องสำหรับลูกๆ และห้องนั่งเล่นเพิ่มขึ้นมาเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน และอาจจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมสำหรับครอบครัวด้วย

จะเห็นได้ว่าชื่อห้องที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นนั้นสามารถทำให้ลูกค้าเข้าใจได้ง่าย และตัดสินใจใช้บริการของทางโรงแรมได้เร็วยิ่งขึ้น ไม่เสียโอกาสให้กับโรงแรมคู่แข่ง

กลยุทธ์ทำธุรกิจโรงแรมให้ยั่งยืน

ธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก เป็นหนึ่งธุรกิจที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายย่อยจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลจากการที่ภาคการท่องเที่ยวของไทยขยายตัวจากทั้งนักท่องเที่ยวคนไทยเอง และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีสูงขึ้น และเริ่มมีความนิยมเข้าพักในโรงแรมขนาดเล็กที่มีมาตรฐานและคุณภาพการบริการที่ดี ความปลอดภัยสูง จากความนิยมในการท่องเที่ยวเองของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ๆ

จะเห็นว่า แนวโน้มของภาคการท่องเที่ยวที่สูงขึ้น ทำให้ธุรกิจโรงแรมมีโอกาสมากขึ้น โดยการจะสร้างโรงแรมขนาดเล็กขึ้นมาสักแห่งไม่ใช่เรื่องยากเลย เมื่อเทียบกับกระบวนการด้านบริการ หลังจากที่โรงแรมแห่งนั้นแล้วเสร็จ ดังนั้น หัวใจสำคัญที่จะทำให้โรงแรมขนาดเล็กประสบความสำเร็จมีด้วยกัน 7 กลยุทธ์ ดังนี้
1. กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ (Product Strategy) แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
1.1 การออกแบบตัวโรงแรม ไม่จำเป็นต้องหรูหราเทียบชั้นโรงแรม 5 ดาว หรือ 6 ดาว แต่ควรออกแบบและตกแต่งให้เรียบง่าย แต่ดูดี เพื่อดูแลทำความสะอาดได้ง่าย และที่สำคัญ ซ่อมบำรุงรักษาได้ง่ายด้วย โดยหากมีพื้นที่ ควรจะมีสวนเล็กๆ ไม่ต้องใหญ่มาก เพราะจะมีต้นทุนในการดูแลสูง ซึ่งการออกแบบให้เรียบง่าย ดูดี ดูแลง่าย จะช่วยให้นักลงทุนโรงแรมขนาดเล็ก ยังคงรักษาสภาพของโรงแรมนั้นๆ ให้อยู่ในสภาพที่ดีได้เสมอ ภายใต้ต้นทุนในการดูแลที่ไม่สูงนัก เพราะหากออกแบบให้หรูเลิศเกินไป อาจทำให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลอาคารสูง และถ้าเจ้าของโรงแรมไม่มีงบประมาณในส่วนนี้ ท้ายที่สุด ตัวอาคารจะทรุดโทรม

1.2 การดูแลรักษาตัวอาคาร เป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก เพราะโรงแรมเกิดใหม่มีจำนวนมาก แข่งขันด้านราคาก็สูง ควรวางงบประมาณในการดูแลรักษาอาคารไว้ทุกปี และกำหนดการปรับปรุงตัวอาคาร เช่น ทาสีใหม่ทั้งนอกอาคาร และในห้องพักในทุก 3 ปี หรือ 5 ปี ซึ่งในระยะหลัง กรณีการทาสี เริ่มหันมานิยมติดวอลล์เปเปอร์แทนการทาสี
2. กลยุทธ์ด้านราคา (Price Strategy) มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ พอๆ กับกลยุทธ์ด้านการบริการ ซึ่งในส่วนของราคาจะผันแปรตามความต้องการของนักท่องเที่ยว ฤดูกาลท่องเที่ยว ทำเลของโรงแรมนั้นๆ และคุณภาพของการบริการ โดยก่อนการลงทุน ควรศึกษาอัตราค่าเข้าพักในย่านนั้นๆ ก่อน จึงจะนำมาเป็นแนวทางให้การออกแบบและกำหนดราคาค่าเข้าพัก ซึ่งถ้ามีการบริการที่ดี อยู่ในทำเลที่ดีแล้ว มีโอกาสที่อัตราค่าเข้าพักจะสูงกว่าคู่แข่งในย่านเดียวกันได้
3. กลยุทธ์ด้านทำเล (Place Strategy) ถือเป็นหัวใจอันดับต้นๆ ของธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก ที่ควรอยู่ใกล้ศูนย์กลางการท่องเที่ยวในจังหวัดนั้นๆ ใกล้ตลาด ใกล้แหล่งอำนวยความสะดวก โดยข้อดีของการสร้างโรงแรมอยู่ในย่านแหล่งท่องเที่ยว แม้จะมีคู่แข่งจำนวนมาก แต่ก็ทำให้ผู้เข้าพักเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งหากแข่งขันในด้านทำเลได้แล้ว ถ้าพัฒนาด้านคุณภาพในการบริการให้ดีกว่าคู่แข่ง ย่อมมีโอกาสที่ดีกว่าทั้งในด้านอัตราค่าเข้าพัก และจำนวนผู้เข้าพัก
4. กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาด (Promotion Strategy) ในทีนี้ ไม่ได้หมายถึงการหั่นราคาค่าเข้าพัก หรือการทำโปรโมชั่นลด แลก แจก แถมเหมือนสินค้าคอนซูเมอร์ แต่หมายถึงการทำตลาดเพื่อเจาะเข้าถึงกลุ่มลูกค้า โดยในธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวนั้น สัดส่วนมากกว่า 95% พึ่งพาสื่ออินเทอร์เน็ตเป็นหลัก
5. กลยุทธ์ด้านพนักงาน (People Strategy) เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญเช่นกันของธุรกิจโรงแรม โดยไม่ว่าจะเป็นโรงแรมขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ ต้องมีพนักงานที่มีหัวใจในการให้บริการ หรือที่เรียกว่า “เซอร์วิส มายด์” (Service Mind) ฝึกฝนอบรมพนักงานอย่างหนักให้มีเซอร์วิส มายด์ ยิ้มแย้ม ทักทาย พูดจาสุภาพ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ สร้างความพึงพอใจให้ผู้เข้าพักสูงสุด ซึ่งธุรกิจโรงแรมมีความแปลกที่น่าสนใจ คือ ผู้เข้าพักจะยอมจ่ายในราคาที่สูงขึ้น เพื่อได้คุณภาพการบริการที่ดีกว่า โดยเฉพาะในพื้นที่มีจำนวนโรงแรมค่อนข้างมาก สิ่งที่จะชนะคู่แข่งได้ ไม่ใช่เรื่องอัตราค่าเข้าพักเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นเรื่อง คุณภาพการบริการจากพนักงานด้วย
6. กลยุทธ์ด้านกระบวนการให้บริการ (Process Strategy) เป็นการส่งมอบคุณภาพในการให้บริการกับลูกค้าได้รวดเร็วและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า (Customer satisfaction) ซึ่งจะเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ด้านพนักงาน โดยในส่วนของธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก กระบวนการในการส่งมอบบริการจะครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการจองห้องพักทั้งผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และจองตรงกับทางโรงแรมผ่านทางโทรศัพท์ การให้ข้อมูล จนเมื่อถึงวันเข้าพัก กระบวนการในการเช็กอินต้องรวดเร็ว การจัดส่งกระเป๋าถึงห้องพัก บริการประสานงานกับแหล่งท่องเที่ยว ร้านสปา ร้านอาหาร บริการรถขับส่ง เป็นต้น
7. กลยุทธ์ด้านกายภาพ (Physical evidence and presentation Strategy) สำหรับธุรกิจบริการแล้ว ลักษณะทางภายภาพ อาจกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่สร้างคุณค่าให้กับลูกค้า เช่น ปัจจัยด้านความสะอาด ความสะดวก หรือผลประโยชน์อื่นๆ ซึ่งธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไม่แพ้ปัจจัยอื่นๆ เพราะลักษณะทางกายภาย มีส่วนที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจ บรรยากาศของโรงแรม สิ่งแวดล้อมบริเวณรอบข้าง มีความปลอดภัยหรือไม่ บรรยากาศห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น สัญญาณอินเทอร์เน็ตมีให้บริการฟรี บริการด้านอาหารเช้า ระบบรักษาความปลอดภัย มีความจูงใจให้เกิดความอยากเข้าพัก

7 กลยุทธ์ทั้งหมดนี้ หากให้สรุปสั้นๆ ถึงหัวใจที่จะทำให้โรงแรมประสบความสำเร็จ ขอมุ่งไปที่ 3 เรื่องด้วยกัน นั่นคือ คุณภาพการบริการที่ดี ความสะอาด และความปลอดภัย หากมีครบทั้ง 3 ข้อ มั่นใจได้เลยว่า โรงแรมของคุณจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน

ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเลือกที่พักและโรงแรมของนักท่องเที่ยว

121ช่วงนี้การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงของต่างประเทศที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของประเทศไทยที่เกิดขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจากประเทศดังกล่าวมีแนวโน้มเดินทางท่องเที่ยวลดลง ซึ่งนักท่องเที่ยวจากโซนยุโรปเป็นกลุ่มที่มีงบประมาณในการเดินทางท่องเที่ยวต่อคนต่อวันอยู่ในระดับสูง และมีระยะเวลาท่องเที่ยวในประเทศไทยยาวนาน อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมระดับกลางขึ้นไปที่มีรายได้จากการให้บริการนักท่องเที่ยวจากโซนยุโรปเป็นหลัก ในขณะที่ธุรกิจโรงแรมที่ไม่ได้พึ่งพารายได้จากการให้บริการนักท่องเที่ยวจากโซนยุโรปเป็นหลักอาจไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

คาดว่าตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวมายังประเทศไทยในภาพรวมน่าจะฟื้นตัว แต่ก็ยังมีแรงกดดันธุรกิจโรงแรมจากเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของประเทศไทยชะลอตัวลง รวมถึงการเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการจำนวนมาก ยังส่งผลให้การแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมมีความรุนแรงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ธุรกิจโรงแรมยังต้องจับตามองทางเลือกในการใช้บริการที่พักที่หลากหลายขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวนำมาซึ่งการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมที่รุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้อาจเกิดภาวะห้องพักล้นตลาดในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว และยังอาจนำมาสู่ภาวะการแข่งขันทางด้านราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงแรมระดับสามดาว ซึ่งมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะการแข่งขันทางด้านราคาระหว่างผู้ประกอบการในระดับสูงกว่าโรงแรมในระดับสี่ดาวขึ้นไป

ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมอาจชูจุดขายโดยกำหนดตำแหน่งการแข่งขันในด้านการเป็นโรงแรมที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยว เช่น อยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก มีสิ่งอำนวยความสะดวกบริการอย่างครบครัน เป็นต้น เพื่อสร้างภาพลักษณ์ในด้านความคุ้มค่าในสายตาของนักท่องเที่ยวที่จะส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างความแตกต่างจากโรงแรมระดับสามดาวทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่จะมีภาพลักษณ์ในด้านการเป็นที่พักในระดับราคาปานกลางเท่านั้น นอกจากนี้การที่นักท่องเที่ยวมีทางเลือกในการใช้บริการที่พักที่หลากหลายขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมต้องชูจุดขายผ่านการนำเสนอกิจกรรมที่สอดคล้องกับรูปแบบการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ ซึ่งจะเป็นการสร้างความแตกต่างจากการเข้าพักในคอนโดมิเนียม บ้านพัก และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ที่ไม่มีการนำเสนอกิจกรรมในระหว่างเข้าพัก

บริหารโรงแรมรีสอร์ทขนาดเล็ก ต้องมองให้เป็น & คิดให้แตกต่าง

โครงการโรงแรมขนาดเล็กแนวใหม่ กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ โดยเฉพาะในยุโรปบางแห่งมีพื้นที่ดินจำกัด คับแคบ การตกแต่งภายใน, การปรับปรุงอาคารดัดแปลงเป็นโรงแรมขนาดเล็ก ได้รับความนิยมสูงมาก ทุกซอกทุกมุมในเมืองเหล่านี้จึงปรากฏโรงแรมที่พักมากมาย มีทั้งได้รับการออกแบบที่ดี ไปจนถึงโรงแรมที่ไม่ได้ออกแบบเพียงแค่พอพักค้างแรมได้ก็พอ

แต่เนื่องจากว่าโรงแรมลักษณะนี้เกิดขึ้นมากและมีการแข่งขันกันสูงขึ้น การคิดโปรแกรมทางการตลาดใหม่ๆ ก็เป็นส่วนสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือ การออกแบบและไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ ในการนำเสนอให้เป็นที่พูดถึงกล่าวถึง ปัจจุบันการทำธุรกิจโรงแรมจำเป็นต้องใช้แนวทางการออกแบบอย่างชาญฉลาด กระบวนการออกแบบก็แตกต่างไปจากเดิมมาก มีมิติในการทำงานที่สลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นทั้งสถาปนิก วิศวกร มัณฑนากร ซึ่งต้องอาศัยความรู้ 360 องศา ไม่ใช่เพียงแค่ความรู้ในวิชาชีพเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

ณ วันนี้หากคิดจะทำธุรกิจโรงแรมคงจะต้องเข้าใจกันก่อนว่า ธุรกิจโรงแรมนั้นได้เปลี่ยนไปจากเดิมค่อนข้างมาก เพราะโรงแรมในสมัยก่อนกับสมัยปัจจุบันผู้ที่มาพักนั้นจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การที่เราทำธุรกิจโรงแรม เรามักจะมองว่าโรงแรมเป็นเพียงที่พักอื่นๆ ทำให้มีการให้ความสำคัญเพียงห้องนอน โดยจะเน้นความสะดวกสบายเฉพาะที่พักหรือห้องนอนเท่านั้น

แต่ ณ วันนี้ มิอาจจะเป็นเช่นนั้นเพราะผู้บริโภคในวันนั้นไม่ได้มองเพียงห้องพักหรือที่พักเท่านั้น หากยังยึดติดการทำธุรกิจด้วยแนวคิดเดิมอาจจะไปไม่รอด การสร้างโรงแรมต้องตอบสนองปัจจัย 2 ด้าน คือปัจจัยทางกายภาพ คือ สถานที่พัก และต้องตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ ฉะนั้นปัจจัยหลักมักจะสำคัญกว่า โรงแรมที่ตอบโจทย์เฉพาะปัจจัยทางกายภาพ มักจะได้ค่าเช่าห้องอยู่ที่ราคา 500-600 บาทเท่านั้น การโรงแรมขนาดเล็กจะต้องทำให้มันหรูหรา ดูดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องแพง แต่คือหรูหราแบบได้อารมณ์ ต้องสนองต่อความต้องการทางอารมณ์ของคนรุ่นใหม่ ฉะนั้นรูปแบบของอาคารโรงแรมเป็นเรื่องสำคัญ

แนวคิดในการทำโรงแรมสำหรับผู้สนใจจะเข้ามาใหม่

ปัจจัยที่ 1 การทำโรงแรมจะต้องมีการสร้างความสามารถในการแข่งขัน หมายความว่าพื้นที่ของท่านสู้ผู้แข่งขันในได้หรือไม่ ในวิธีคิดสมัยโบราณเราจะเริ่มคิดสร้างโรงแรมจากแนวคิดเดิมๆ ที่มักจะคิดว่ามีที่ดินตรงนี้ ก็สร้างโรงแรมบริเวณนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วการทำโรงแรมจะต้องมองจากข้างนอกออกไปข้างใน

ปัจจัยที่ 2 คือ ความสามารถหลักของท่าน คนที่จะมาทำโรงแรม ต้องมีความสามารถหลักของผู้ประกอบการ คือ ต้องรักที่จะบริการ ต้องเป็นคนที่จะต้องบริการ ดูแลคน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ฯลฯ

ปัจจัยที่ 3 วิสัยทัศน์ คือ สิ่งที่คุณสามารถมองเห็นได้ในขณะที่คนอื่นมองไม่เห็น เพราะการทำโรงแรมเป็นเรื่องของอนาคต ถ้าคุณไม่เข้าใจและมองธุรกิจไม่ออก โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็น้อย

ปัจจัยที่ 4 การสร้างความแตกต่าง ในวันนี้ถ้าท่านไม่สร้างความแตกต่าง จะไม่สามารถอยู่ได้ แล้วไม่เกิดความแตกต่าง ท่านไปเลียนแบบเขามาเลย ยากที่จะประสบความสำเร็จ

จับตาดูธุรกิจโรงแรมและที่พักในพม่า

IMG_1455
พม่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการลงทุนเพื่อผลิตสินค้ารองรับการบริโภคภายในประเทศและเพื่อการส่งออก แม้ว่าสหภาพพม่าจะเปิดให้นักลงทุนชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนแต่สหภาพพม่ายังคงจำกัดการลงทุนจากต่างชาติให้สามารถลงทุนได้ในบางประเภทอุตสาหกรรมเพื่อปกป้องธุรกิจภายในประเทศ โดยธุรกิจที่สำคัญ เช่น การเพาะปลูกและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ แปรรูปเนื้อสัตว์ ประมง และการแปรรูปอาหารสัตว์ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการรักษาสัตว์ เป็นต้น และเนื่องด้วยสหภาพพม่าเป็นประเทศที่มีตลาดขนาดใหญ่ และสหภาพพม่ามีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเหมาะแก่การเป็นฐานทางด้านวัตถุดิบ รวมทั้งรัฐบาลพม่าได้ให้การส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก จะเห็นได้ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของพม่ามีแนวโน้มที่สดใสและนับว่าเป็นโอกาสที่น่าสนใจของธุรกิจท่องเที่ยวไทยและบริการที่เกี่ยวเนื่องที่จะไปลงทุนในพม่าในช่วงเวลาภายใน 3 ปีนี้แม้โอกาสทางธุรกิจในพม่ายังมีอยู่มาก แต่ปัจจุบันยังมีข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับการตัดสินใจลงทุนน้อย ต้นทุนในการลงทุนที่สูง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจยังไม่มี

เมืองที่น่าลงทุนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เช่น ย่างกุ้ง หงสาวดี พุกาม มัณฑะเลย์ ทะเลสาปอินเล สามเหลี่ยมทองคำ เมาะละแหม่งเมืองตากอากาศชายทะเล เกาะสองแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และส่งเสริมสุขภาพ เมืองตานต่วยที่มีหาดงาปาลีเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ เมืองพีนอูหวิ่นเมืองตากอากาศในอดีตของชาวอังกฤษ มีสภาพอากาศที่ดีคล้ายยุโรป อย่างไรก็ตามปัญหาสำคัญคือจำนวนโรงแรมและที่พัก คาดว่าความต้องการที่พักจะสูงขึ้น จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนโรงแรมที่พักให้เพียงพอต่อความต้องการและรองรับการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐานไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งทางการพม่าวางแผนที่จะเพิ่มจำนวนเขตโรงแรมที่พักและร่วมพัฒนาโครงการโรงแรมให้ได้มาตรฐานสากลกับบริษัทต่างชาติพม่านั้นยังขาดโรงแรมที่มีคุณภาพดีและให้บริการครบวงจร เช่น สปา ฟิตเนส และร้านขายสินค้าที่ระลึก เป็นต้น

กรอบการลงทุนในธุรกิจโรงแรม

–  กลุ่มโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ซึ่งใช้เงินทุนจำนวนมาก เปิดให้ต่างชาติลงทุนได้ 100% เพราะปัจจุบันยังมีไม่กี่แห่ง ไม่เพียงพอรองรับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
–  กลุ่มโรงแรมระดับ 3 ดาว เปิดรับการลงทุนในรูปแบบ joint venture โดยต่างชาติลงทุนได้ 35% – 99%
–  กลุ่มโรงแรมระดับ 1-2 ดาว เปิดให้เฉพาะนักลงทุนพม่าเท่านั้น เพื่อปกป้องธุรกิจท้องถิ่นไม่ให้เสียเปรียบด้านการแข่งขันกับทุนขนาดใหญ่จากต่างประเทศ